Knowledge

Knowledgeนักล่าแห่งท้องน้ำ

ปลาฉลามหัวค้อน นักล่าอัจฉริยะแห่งท้องทะเล

ท้องทะเลนับว่าเป็นระบบนิเวศอีกอย่างหนึ่งที่มีความซับซ้อน ความลับอีกมากมายรอให้เราไปค้นหาให้เจอ สัตว์น้ำใต้ทะเลหลายชนิดมีการปรับตัวให้อยู่กับท้องทะเลได้ หรือ พัฒนาตัวเองให้มีขีดความสามารถมากขึ้นก็มีเหมือนกัน วันนี้เราจะไปรู้จักอีกหนึ่งนักล่าอัจฉริยะแห่งท้องทะเล ปลาฉลามหัวค้อน รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนใคร ปลาฉลามชนิดนี้เป็นสัตว์ที่อยู่ในวงศ์ Sphyrnidae ปลาตัวนี้มีลักษณะเด่นมากนั่นก็คือ หัวแบนมีตาอยู่ตรงสุดขอบของหัวคนละด้านจนทำให้เหมือนกับค้อน จึงเป็นที่มาของชื่อว่า ปลาฉลามหัวค้อน ส่วนที่เหลือก็ไม่แตกต่างจากปลาฉลามสายพันธุ์อื่นเท่าไร นอกจากนั้นลำตัวจะเป็นสีเทาอมน้ำตาล บางตัวจะเป็นสีเทาอมดำ บางตัวก็ดำไปเลย อ้อปากของมันก็แปลกเหมือนกันเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวก็แปลกตาดีเหมือนกัน ตา = เครื่องฉาย 3 มิติ ฉลามหัวค้อนจัดว่าเป็นนักล่าระดับมือพระกาฬของท้องทะเล จนถึงมหาสมุทรทุกแห่งเลยก็ว่าได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเค้ามีการรับรู้ข้อมูลของเหยื่อได้เป็นอย่างดี ดวงตาที่อยู่ห่างกันคนละด้าน ดวงตากลมโต ทั้งสองอย่างนี้เปรียบเสมือนเครื่องฉายสามมิติที่คอยจับภาพที่มองเห็นได้ สองทิศทาง แล้วเหมือนกับกล้องวงจรปิดแบบทรงกลมที่สามารถจับภาพได้รอบทิศทาง นั่นทำให้ปลาฉลามหัวค้อนสามารถมองเห็นพื้นที่ในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างกับกล้อง ไม่แปลกที่มันจะสามารถพุ่งเข้าไปกินเหยื่อได้แบบไม่รู้ตัว แต่ดวงตาฉีกกันแบบนี้ก็มีข้อเสียด้วยเหมือนกันนั่นก็คือ มันจะไม่สามารถมองเห็นภาพตรงหน้าระยะใกล้ได้ ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดอ่อนของมันด้วย กระแสไฟฟ้า ปลาฉลาม หรือ สัตว์ล่าเนื้อ มักจะมีอาวุธเด็ดไว้พิฆาตศัตรูให้ตายได้ ปลาฉลามเองนอกจากเขี้ยวในปากจะคมกริบพร้อมขย้ำเหยื่อ มันยังมีอาวุธอีกอย่างหนึ่งก็คือกระแสไฟฟ้า มันสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าแบบอ่อนเพื่อจับหาเหยื่อ รวมถึงตรึงเหยื่อให้อยู่หมัด สุดท้ายก็เข้าไปอยู่ในท้องปลาฉลามหัวค้อนในเวลาอันรวดเร็ว ลงมือเป็นทีม ปลาฉลามหัวค้อนเหมือนกับสัตว์ล่าเหยื่อชนิดอื่นในท้องทะเลที่ส่วนใหญ่จะออกล่ากันเป็นทีม เพื่อทำให้การล่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ปลาฉลามหัวค้อนทำได้มากกว่านั้น แม้ว่ามันสามารถออกล่าได้เพียงตัวเดียวแต่บางครั้งพวกมันออกล่าเป็นทีมแบบสามารถทำงานอย่างสอดคล้องกัน มีการออกคำสั่งสื่อสารกันเป็นทีมทั้งการสั่นหัว การเร่งความเร็ว การบิดตัวล้อมจับ […]

Read More

Knowledgeนักล่าแห่งพิษ

งูจงอางยักษ์ สัตว์ร่างยาวพิษสุดร้ายแรง

งูจงอาง (King cobra) หรือชื่อวิทยาศาสตร์เรียกว่า “Ophiophagus hannah” ถือว่าเป็นงูมีพิษที่มีขนาดใหญ่สุดของโลก พบมากในป่าจากอินเดียผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถึงฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ความยาวที่เคยได้รับการยืนยันสูงสุดของงูคือ 5.6 เมตร (18 ฟุต) แต่ส่วนใหญ่มักจะมีความยาวไม่เกิน 3.6 เมตร (12 ฟุต)  จัดเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล Elapidae หรือ ตระกูลงูเห่า ลักษณะทางกายภาพ คุณสมบัติหลักที่แยกงูจงอางออกจากงูเห่าอื่นคือส่วนหัวจะมีเกล็ดขนาดใหญ่ 11 เม็ดบนหัวของมัน ตัวโตเต็มวัยอาจมีสีเหลือง สีเขียว สีน้ำตาล หรือสีดำ ด้านหลังมักจะเป็นแถบสีเหลืองหรือขาว และด้านล่างอาจแสดงสีเดียวที่อาจมีหรือไม่มีแถบก็ได้ งูจงอางในวัยกำลังเติบโตจะมีขนาดเล็กและมีสีดำ เมื่อฝักออกมาจะมีความยาวประมาณ 45–55 ซม. (18–22 นิ้ว) และมีสีดำมี ตามด้วยแถบสีเหลือง หรือสีขาว ผู้ล่าและเหยื่องูจงอาง งูจงอางเป็นนักล่าโดยกำเนิด มันมักจะกินงูตัวอื่นๆ เป็นอาหาร คอยดักอยู่ตามพุ่มไม้รก และหมู่บ้านคนในเวลากลางวันเช่นเดียวกับในเวลากลางคืน นักล่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของงูจงอางคือมนุษย์ ซึ่งจะเอาส่วนต่างๆ ของร่างกายเป็นอาหารยา ส่วนหนังเอาไปใช้ทำเครื่องประดับสวยงาม โดยปกติจะไม่ก้าวร้าวต่อมนุษย์ จึงยากที่จะได้ข่าวว่ามันกัดคน แต่ถ้ามันอยู่ในช่วงการผสมพันธุ์มันถือว่าเป็นสัตว์อันตรายที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ เมื่อใดที่มันรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม […]

Read More

Knowledgeนักล่าบนพื้นพิภพ

เสือชีตาร์เจ้าแห่งความเร็ว นักล่าลมกรด

สัตว์แต่ละชนิดบนโลกใบนี้ต่างก็มีจุดเด่นของตัวเองแตกต่างกันไป ซึ่งจุดเด่นเหล่านั้นเปรียบเสมือนอาวุธที่พระเจ้า มอบให้กับสัตว์แต่ละชนิดเพื่อนำไปเป็นเครื่องมือในการดำรงชีพของตัวมันเอง อย่าง เสือชีตาร์เอง ก็เป็นสัตว์นักล่าสายพันธุ์หนึ่งต้องบอกว่ามันคือ นักล่าลมกรดเลยก็ว่าได้ เนื่องจากความเร็วของมันไม่มีสัตว์ใดบนพื้นดินตามได้ทัน แล้วมันยังมีเรื่องราวอื่นซ่อนอยู่ด้วยไปรู้จักกัน ความเร็วของเสือชีตาร์ แน่นอนว่าเรารู้จักเสือชีตาร์เนื่องจากมันเป็นสัตว์ที่เร็วสุดในโลกบนพื้นดิน คำถามมีอยู่ว่าเร็วนี่เร็วแค่ไหน จากการบันทึกบอกว่า หากเป็นเสือชีตาร์เลี้ยงในพื้นที่จำกัด เสือชีตาร์จะสามารถทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว น่าเสียดายตรงที่เราไม่สามารถไปวัดได้ว่าหากเป็นเสือชีตาร์ แบบในธรรมชาตินั้นมันจะสามารถทำความเร็วได้เท่าไร ผู้เขียนเองมองว่าหากเป็นธรรมชาติเสือชีตาร์อาจจะทำความเร็วได้มากถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็เป็นได้ เคล็ดลับความเร็วเสือชีตาร์ เสือชีตาร์นั้นมีความเร็วขนาดนี้ได้ ส่วนหนึ่งต้องบอกว่ามันเกิดจากการขัดเกลาร่างกายของมันมาเป็นอย่างดี อวัยวะต่างๆถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้เสือชีตาร์เป็นจ้าวความเร็วอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นลำตัวยาว น้ำหนักเบา เพื่อให้วิ่งได้ดี อุ้งเท้ามีเล็บที่หดเข้าไปเล็กน้อยจนทำให้เท้ามันสามารถวางไปบนพื้นดินได้แบบมั่นใจไม่ลื่น อีกทั้งยังเป็นเบรกระดับ ABS เพื่อหยุดและหักเลี้ยวได้ กระดูกสันหลังยาวเหยียดแต่ยืดหยุ่นเหมือนสปริงเพื่อเพิ่มระยะการกระโจนวิ่ง (ตอนหดตัว) อีกทั้งยังมีหางคอยช่วยพยุงน้ำหนัก คงความเร็ว และช่วยหักเลี้ยงเหมือนหางเสือเรืออีกด้วย ในปากเสือชีตาร์จะมีฟันบนรากฟันสั้นทำให้จมูกใหญ่ช่วยให้การหายใจระหว่างการวิ่งทำได้ดี จากอวัยวะทั้งหมดนี้ทำให้เสือชีตาร์กลายเป็นสัตว์ที่วิ่งได้เร็วสุดในโลกไปแบบไร้ข้อกังขาเลย จะมีข้อเสียอยู่เพียงอย่างเดียวนั่นคือ การวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดของมันนั้นจะทำได้เพียงแค่ระยะสั้นๆประมาณ 300-500 เมตรเท่านั้น เนื่องจากขณะวิ่งจะทำให้ร่างกายร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนเมื่อทนไม่ไหวเสือชีตาร์ต้องหยุด ความฉลาดในการล่าเหยื่อ แม้ว่ามันจะเร็วก็จริง แต่ความฉลาดก็เป็นอาวุธสำคัญของมันในการล่าเหยื่อด้วย เสือชีตาร์จะล่าเหยื่อด้วยการค่อยๆ ย่องเข้าไปเพื่อตะครุบเหยื่อ เมื่อเหยื่อรู้ตัววิ่งหนี มันจึงออกล่าด้วยความเร็ว เมื่อเข้าใกล้แล้วมันไม่ได้กระโจนใส่เหยื่อแต่เลือกที่จะทำให้เหยื่อล้มลงด้วยการขัดขา จากนั้นก็ค่อยไปขย้ำเหยื่ออย่างสบายใจ […]

Read More

Knowledgeนักล่าแห่งพิษ

แมงมุมหมาป่า นักล่าสุดแข็งแกร่งแม่ลูกอ่อน

สัตว์โลกยังมีอีกมากมายที่เราอาจจะไม่เคยรู้จัก ไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำ บางตัวต้องบอกเลยว่ามีความแข็งแกร่ง และพิษร้ายอย่างมากในตัวเอง อย่างเช่น สัตว์มีพิษของเราในวันนี้ไม่เชื่อว่าสัตว์ที่แบกลูกไว้เป็นจำนวนมากไว้บนหลัง และมีถุงรังไข่ไว้ข้างใต้จะเป็นสัตว์มีพิษได้นั่นคือ แมงมุมหมาป่า หรือ Spider Wolf นั่นเอง ลักษณะโดยทั่วไปของ แมงมุม แมงมุมหมาป่า เป็นสัตว์ที่มีพิษแตกต่างจากแมงมุมตัวอื่น ลักษณะโดยทั่วไปนั้นบอกว่าจะถูกจัดให้อยู่ในตระกูล Lycosidae ตัวผู้อาจจะดูเหมือนแมงมุมทั่วไปไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ตัวเมียกลับไม่เป็นอย่างนั้น มันมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้เล็กน้อย แต่จุดเด่นคือ ตัวเมียจะแบกลูกอ่อนของมันจำนวนมากเวลาไปไหนมาไหนด้วย จะสังเกตได้ว่าบนหลังของมันจะมีลูกค่อยพันแข้งพันขาดูย้วยเยี้ยเต็มไปหมด เท่านั้นไม่พอด้านล่างมันยังต้องหิ้วรังไข่เพื่อสืบพันธุ์ไปไหนมาไหนด้วย ความแข็งแกร่งของ แมงมุมหมาป่า แม้ว่าจะดูเป็นสัตว์ขนาดเล็ก แต่ความแข็งแกร่งของมันไม่เล็กไปด้วยเลย ไม่น่าเชื่อว่าแม้ตัวเมียจะต้องแบกลูกอ่อนและรังไข่ไปด้วยในขณะเคลื่อนที่ แต่มันกลับไม่ได้เป็นสัตว์ที่เชื่องช้าอย่างที่คิด ความเร็วในการเคลื่อนไหวของมันเทียบเท่ากับแมงุมทั่วๆ ไปเลย แสดงว่าขาของแมงมุมพันธุ์นี้แข็งแรงมาก เท่านั้นไม่พอความแข็งแกร่งอย่างต่อมา คือ สายตาของมันสามารถปรับสภาพสายตาให้สอดคล้องกับตอนกลางวันและตอนกลางคืนได้เอง นั่นหมายความว่ามันสามารถล่าเหยื่อได้ตลอดเวลา (เข้าใจว่าความสามารถนี้น่าจะมาเพื่อให้มันสามารถหาอาหารให้ลูกกินได้ตลอด) พิษของแมงมุมหมาป่า แมงมุมเป็นสัตว์ที่โดดเด่นเรื่องการใช้พิษอีกสายพันธุ์หนึ่ง พิษของแมงมุมเหล่านี้จะช่วยให้เหยื่อขยับไปไหนได้ยากขึ้น หรืออาจจะทำให้เหยื่อหมดสติไปได้ สำหรับพิษของแมงมุมหมาป่านั้นหากคนถูกกัดแล้วไม่มีอาการแพ้ก็จะทำให้ปวดแสบร้อน คันจนทำให้บริเวณถูกกัดนั้นบวมได้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ส่วนรายไหนมีอาการแพ้พิษแมงมุมอาจจะทำให้เกิดอาการช็อกไปจนถึงหมดสติได้ นับว่าเป็นแมงมุมที่พิษร้ายแรงพอตัวใช้ได้เลย จะเห็นว่า แมงมุมหมาป่านั้นจะเป็นสัตว์ที่เคลื่อนไหวได้อย่าง คล่องแคล่ว รวดเร็ว สายตาเยี่ยมทั้งกลางวันและกลางคืน เปรียบเสมือหมาป่าที่กำลังจะซุ่มดักคอยเหยื่อ จากนั้นเมื่อได้จังหวะก็จะงับเข้าไปเพื่อทำร้ายเหยื่อแล้วก็กินในที่สุด ดังนั้นหากใครเห็นแมงมุมแบบนี้แล้วหนีห่างให้ไว […]

Read More

Knowledgeนักล่าแห่งท้องนภา

Crow ปีกสีดำผู้นำพาความตาย

อีกาเป็นสัตว์ที่ทุกคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ด้วยลักษณะของนกชนิดนี้ที่มีจุดเด่นตรงการเป็นสีดำทั้งตัว บวกกับเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ทำให้เรามักได้ยินเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับอีกาบ่อยๆ แต่เรื่องราวที่เราได้ยินนั้นมักถูกมอไปในเชิงลบ เรื่องไม่ดี หรือเรื่องราวเกี่ยวกับความตายมากกว่า ส่วนหนึ่งก็เพราะสีดำถือเป็นสีอัปมงคลที่ใช้เฉพาะงานศพ ของคนไทยนั่นทำให้ภาพของอีกากลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความตายไปโดยปริยายนั่นเอง แต่ในความเป็นจริงยังมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับอีกาอีกเยอะที่หลายคนไม่รู้ ทำความรู้จักกับอีกา อีกาจัดเป็นประเภทของสัตว์ปีกชนิดหนึ่ง สามารถพบเห็นได้ทั่วไปทั้งทวีปเอเชีย มีการปรับตัวยอดเยี่ยม กินอาหารได้อย่างหลากหลาย นั่นทำให้พวกมันสามารถขยายพันธุ์ไปตามพื้นที่ต่างๆ บนโลกได้ง่าย บ่อยครั้งที่อีกาถูกมองว่าเป็นสัตว์ที่มีนิสัยตามรังควานสัตว์อื่นไปทั่วโดยเฉพาะตามสถานที่เกาะ ลักษณะทั่วไปของพวกมันจะมีความยาว 46-59 ซม. ซึ่งจะต่างกันออกไปแล้วแต่ภูมิภาคที่พวกมันอาศัยอยู่ แต่อีกาทุกชนิดจะมีปากยาว ปากบริเวณด้านบนหนา โค้ง มีขนาดใหญ่ ขนเป็นสีดำออกเทา ด้านหลัง หัว คอ ปีก หาง ไหล่ ท้อง คอ ทุกอย่างเป็นสีดำทั้งหมด แต่บางสายพันธุ์อาจออกสีเทาบ้างก็ต่างไปตามพื้นที่อยู่อาศัยและลักษณะของสายพันธุ์ พื้นที่อาศัยของอีกากระจายทั่วไปทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันออกกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีได้ทั้งในป่า อุทยานแห่งชาติ เขตเมือง เขตพื้นที่เกษตรกรรม เรียกว่าพวกมันอาศัยได้ทุกพื้นที่จริงๆ เรื่องอาหารการกินอย่างที่บอกว่าพวกมันกินง่ายอยู่ง่าย หาอาหารจากพื้น ต้นไม้ กินทุกอย่างที่ดูแล้วกินได้ ตายก็ไม่ใช่ปัญหายังมีชีวิตอยู่ก็ยิ่งดี พืชหรือสัตว์ไม่ใช่ประเด็น แต่มีนิสัยดื้อ ก้าวร้าว ในหลายประเทศพวกมันชอบไปสร้างปัญหาบ่อยๆ […]

Read More

Knowledgeนักล่าบนพื้นพิภพ

ฮิปโปโปเตมัส นักล่าผู้ยิ่งใหญ่ในแอฟริกา

สัตว์ขนาดใหญ่ที่คนทั่วโลกรู้จักกันดีว่านี่คือสัตว์บกที่อยู่ในน้ำแทบตลอดเวลานั่นคือ ฮิปโปโปเตมัส ด้วยขนาดตัวอันแสนใหญ่ของมันทำให้การใช้ชีวิตมักมีอะไรที่น่าสนใจเสมอ เราทุกคนอาจเคยเห็นตัวฮิปโปโปเตมัสในสวนสัตว์ แต่เมื่อมองไปในธรรมชาติชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนี้มันต่างกับการถูกเลี้ยงโดยสิ้นเชิง ซึ่งในธรรมชาติมีความน่าสนใจเกี่ยวกับหลายๆ ด้านของฮิปโปโปเตมัสอยู่ไม่น้อย ทำความรู้จักกับฮิปโปโปเตมัส ฮิปโปโปเตมัสเรามักเรียกกันสั้นๆ ว่า ฮิปโป นี่คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดหนึ่งในอันดับของสัตว์กีบคู่ เป็นสัตว์มีรูปร่างขนาดใหญ่ อ้วนกลมคล้ายหมู เอกลักษณ์ของสัตว์ชนิดนี้คือหัวกับปากขนาดใหญ่ ด้านในของปากจะมีเขี้ยวล่างขนาดยาวโค้งซึ่งความยาวดังกล่าวสามารถยาวได้ถึง 40 ซม. และถ้ายาวสุดๆ ก็ 50 ซม. เป็นอาวุธสำคัญสำหรับการป้องกันตัวพร้อมทั้งเอาไว้ต่อสู้ ตัวผู้มีความดุร้าย ก้าวร้าว ผิวหนังจะหนามาก มีต่อมเมือกเคลือบอยู่ ลำตัวขนสั้น ไม่ค่อยมีขน หู ตา จมูก อยู่ด้านบนของหัว เอาไว้ใช้ประโยชน์เมื่อตัวเองอยู่ในน้ำ ฮิปโปโปเตมัสตัวหนึ่งมีน้ำหนักได้ถึง 2-4 ตัน เป็นสัตว์ที่กระจายสายพันธุ์อยู่ทั่วไปในแอฟริกา แม้ว่านี่คือสัตว์บกแต่มีนิสัยชอบลงไปอยู่ตามแอ่งน้ำ หนองน้ำ แม่น้ำ ทะเลสาบในช่วงเวลากลางวัน ดำน้ำ ว่ายน้ำได้คล่องแคล่ว เดินไปตามแม่น้ำได้อย่างสบายๆ มักอยู่รวมกันเป็นฝูง เมื่อถ่ายมูลออกมาจะถ่ายออกเยอะมากในน้ำ มีปลากินพืชทั้งหลายเข้ามากินมูลหรือแม้แต่การตอดปรสิตตามผิวหนัง ฮิปโปโปเตมัสออกหากินเวลากลางคืนด้วยการขึ้นมาบนบก อาหารของพวกมันเป็นพืชจำพวกหญ้าทุกชนิด พืชน้ำ วิธีการกินของพวกมันคือใช้ส่วนปากที่หนางับเอาไว้แล้วกระชากออกมาทั้งกอ วันหนึ่งต้องกินอาหารถึง 80 กก. […]

Read More

Knowledgeนักล่าแห่งท้องนภา

เหยี่ยวเพเรกริน นักล่าที่บินเร็วที่สุดในโลก

สัตว์นักล่าติดปีกที่คนทั่วไปนึกถึงต้องมีชื่อของเหยี่ยวเป็นส่วนหนึ่งแบบไม่มีข้อสงสัย เหยี่ยวคือสัตว์นักล่าที่มีความอันตรายไม่แพ้กับสัตว์ชนิดอื่น เราจะสังเกตได้ว่าเหยี่ยวแม้จะมีหลายสายพันธุ์แต่การล่าของพวกมันก็ยังคงมีความน่ากลัวในทุกๆ สายพันธุ์เช่นกัน อย่างเหยี่ยวนักล่าที่ได้ชื่อว่าบินเร็วที่สุดในโลกต้องยกตำแหน่งนี้ให้กับ เหยี่ยวเพเรกริน เหยี่ยวสุดอันตราย ทำความรู้จักกับเหยี่ยวเพเรกริน เหยี่ยวเพเรกรินจัดเป็นนกล่าเหยื่อประเภทหนึ่งอยู่ในวงศ์ของเหยี่ยวปากแหลม นี่คือสัตว์ที่บินได้เร็วมากทำความเร็วในระดับ 321 – 563 กม./ชม. ยิ่งดิ่งลงจากบนฟ้าสู่พื้นดินยิ่งทำความเร็วได้มากกว่าเดิม หากเป็นการบินตามแนวนอนปกติก็ทำความเร็วระดับ 80 – 90 กม./ชม. ซึ่งการดิ่งจากฟ้าลงมาสู่พื้นของพวกมันจะทำความเร็วในระดับ 89 – 57 ม./วินาที กันเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเอาไปคิดแล้วก็เท่ากับว่านี่คือนกที่บินเร็วที่สุดในโลกนั่นเอง ความพิเศษของพวกมันอีกอย่างก็คือสามารถเพิ่มอัตราความเร็วสูงไปถึง 130 ไมล์/ชม. ภายในเวลา 1 วินาที คือหากเทียบกับรถสปอร์ตนี่บอกเลยว่าไม่เห็นฝุ่น จัดได้ว่าเป็นสัตว์ที่มีความเร็วสูงสุดในบรรดาสัตว์ทุกตัวบนโลก กับความเร็วดังกล่าวลมจะถูกเข้าไปอยู่ในโพรงจมูกของพวกมัน แรงลมที่ว่าแรงพอจะทำให้สลบได้ แต่ความพิเศษคือโพรงจมูกของเหยี่ยวเพเรกรินจะมีกระดูกอีกชั้นมีหน้าที่กันลมโดยเฉพาะ ตัวเมียจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าตัวผู้ เฉลี่ยลำตัวราว 34 – 58 ซม. หากกางปีกก็จะวัดได้ถึง 74 – 120 ซม. ถือว่าเป็นนกที่กระจายตัวได้กว้างไกลไปทั่วทุกพื้นที่บนโลก อาหารของพวกมันคือการล่านกกับสัตว์ชนิดอื่นๆ แต่ที่พวกมันชอบมากคือนกพิราบ ลักษณะขนจะแตกต่างกันออกไป หากแบ่งแยกออกจริงๆ จะแบ่งได้ถึง […]

Read More

Knowledgeนักล่าแห่งท้องน้ำ

เพชฌฆาตสีน้ำเงิน Orca

ใครที่คิดว่าสัตว์บกคือสัตว์นักล่าที่ยิ่งใหญ่นั่นคือความคิด ที่อาจไม่ถูกต้องเต็มร้อยเสียทีเดียวเพราะว่าสัตว์นักล่าหลายสายพันธุ์เองก็อาศัยอยู่ในน้ำเช่นกัน โดยสัตว์นักล่าที่เราคุ้นเคยในน้ำอาจนึกถึงฉลามแต่มันก็มีสัตว์ที่ดุร้ายไม่ต่างกันนั่นคือ Orca (วาฬออร์กา) หรือวาฬเพชฌฆาต ซึ่งเป็นสัตว์สปีชีส์ที่มีความใหญ่ที่สุดของวงศ์โลมามหาสมุทร เราสามารถพบเห็นวาฬชนิดนี้ได้ในผืนมหาสมุทรทั่วโลกไล่ไปตั้งแต่บริเวณแถบอาร์กติกจนถึงแอนตาร์กติกา หรือแม้แต่ในทะเลเขตร้อน ถือว่าเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั่วโลกที่พบเห็นได้มากที่สุดรองจากมนุษย์ ทำความรู้จักกับวาฬออร์กา ในอดีตเรามักเรียกชื่อวาฬชนิดนี้ว่าวาฬเพชฌฆาต แต่ในปัจจุบันก็มีคนพยายามเรียกว่าวาฬออร์กากันมากขึ้นโดยวาฬประเภทนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ ประกอบไปด้วย สายพันธุ์ทั่วไป มักอาศัยตามแนวชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก มักล่าปลาเป็นอาหาร บางครั้งก็ล่าหมึก อาศัยรวมกันเป็นกลุ่มอย่างเหนียวแน่น มีความซับซ้อนด้านความสัมพันธ์ รูปแบบทางสังคมตัวเมียเป็นจ่าฝูง ครีบด้านบนโค้งมน พบได้ในแถบอลาสกาและบริติชโคลัมเบีย สายพันธุ์อพยพ เป็นสายพันธุ์ที่ล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเป็นอาหารหลัก ไม่นิยมกินปลา พบได้ทางตอนใต้ของอลาสกา ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเล็กแค่ 2-6 ตัว ไม่ชอบรวมกันเป็นครอบครัวตลอด ตัวเมียครีบเหมือนสามเหลี่ยม ฝูงสายพันธุ์นี้เดินทางไปทั่วไม่มีเป้าหมายชัดเจน อาจพบได้ที่นี่แล้วเจออีกที 10 ปีข้างหน้า ทำให้การวิจัยเป็นเรื่องยาก แม้จะไม่กินปลาแต่ถ้าหาอะไรกินไม่ได้ก็จะยอมกินแต่โดยดี สายพันธุ์ทะเลลึก มักอาศัยตามทะเลเปิด ล่าปลา เต่าทะเล ฉลามเป็นอาหาร มักอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่กว่า 60 ตัว ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้ความเข้าใจเกี่ยวกับวาฬเพชฌฆาตสายพันธุ์นี้ยังมีน้อยมาก ตัวเมียมีครีบหลังโค้งมน ขนาดของสายพันธุ์นี้จะเล็กกว่าสายพันธุ์อื่นๆ พฤติกรรมทั่วไปของวาฬเพชฌฆาตถือว่าเป็นนักล่าที่ฉลาดมาก เป็นสัตว์สังคมขนาดได้รับฉายาว่า หมาป่าแห่งท้องทะเล กระนั้นแม้เวลานี้พวกมันอาจยังไม่ได้ถูกจัดในกลุ่มสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ […]

Read More

Knowledgeนักล่าบนพื้นพิภพ

นักล่าผู้ยิ่งใหญ่ ไฮยีน่าแห่งทุ่งซาวันนา

เมื่อกล่าวถึงสัตว์ในทุ่งหญ้าซาวันนาชื่อที่หลายคนนึกออก มีความคุ้นหูอย่างมากก็คือ ไฮยีน่า สัตว์ที่จะบอกว่ามีลักษณะเหมือนสุนัขก็ไม่ใช่เหมือนแมวก็ไม่เชิง แต่จัดว่าเป็นสัตว์ที่ดุร้ายอีกตัวของพื้นที่ทุ่งหญ้าแห่งนี้เลยก็ว่าได้ หลายคนรู้จักจากสารคดี ภาพยนตร์ การ์ตูน แต่ในรายละเอียดเมื่อลงลึกเข้าไปแล้วไฮยีน่ายังมีสิ่งที่น่าสนใจให้ได้ทำความรู้จักอีกหลายด้าน ถือว่าเป็นความรู้ที่ดีเลยทีเดียว ทำความรู้จักกับไฮยีน่า ไฮยีน่าจัดเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในวงศ์ของสัตว์กินเนื้อประเภทหนึ่ง ลักษณะรูปร่างโดยรวมของมันจะเหมือนกับหมาป่าผสมผสานกับสุนัขบ้าน แต่จะเรียกสุนัขเลยก็ไม่ใช่เพราะเป็นสัตว์ที่มีวงศ์เป็นของตนเอง แถมวงศ์ของมันยังมีความใกล้เคียงกับแมวและเสืออีก จึงทำให้หลายคนเกิดความสับสนว่าแท้จริงแล้วมันเป็นการผสมผสานระหว่างสุนัขกับแมวหรือเปล่า การใช้ชีวิตของไฮยีน่าเราจะพบเจอได้เยอะในทวีปแอฟริกา ขนมีความหยาบหนา สีน้ำตาลออกเทา ส่วนลายกับจุดบนตัวจะต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ หาวยางราว 18 นิ้ว ไหล่กับหัวมีความกว้าง ซึ่งตรงไหล่จะสูงกว่าขาหลัง กรามแข็งแรงมากส่งผลให้พวกมันจะมีแรงกัดที่รุนแรง ปกติแล้วการออกล่าหาเหยื่อของไฮยีน่ามักรวมตัวกันเป็นฝูงโดยมีตัวเมียเป็นผู้นำ ความน่าอัศจรรย์ของไฮยีน่าตัวเมียก็คือขนาดอวัยวะเพศของพวกมันสามารถขยายใหญ่ได้จนมีขนาดเท่ากับตัวผู้ หากตัวไหนมีลักษณะอวัยวะเพศคล้ายเพศผู้จะเข้ากลุ่มตัวเมียได้ดีเยี่ยม แต่ถ้าตัวเมียตัวไหนไม่มีก็จะถูกขับไล่ ไฮยีน่าสามารถวิ่งได้รวดเร็วถึง 65 กม./ชม. มีความดุร้าย ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ เพราะต้องดูแลลูก เนื่องจากตัวผู้จะทำร้ายพร้อมกินลูกไฮยีน่าที่เกิดใหม่ได้ ปกติแล้วพวกมันออกหากินตอนกลางคืน ส่วนตอนกลางวันจะนอนพักผ่อนตามซอกหิน โพรง ปกติหากคลอดลูกจะเลี้ยงลูกในโพรง ออกลูกครั้งละ 1-2 ตัว หรือถ้าเยอะสุดๆ ก็ 4 ตัว ซึ่งลูกอ่อนจะยังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ การล่าของไฮยีน่าส่วนใหญ่จะล่าสัตว์ที่พวกตนเองคิดว่าต่อสู้ไม่ได้ เช่น กวาง หรือบางครั้งพวกมันจะใช้วิธีการก่อกวนสัตว์ใหญ่ที่ล่าเนื้อมาได้แล้ว เช่น สิงโต […]

Read More

Knowledgeนักล่าแห่งท้องนภา

นกแสก “นกผี” ทูตแห่งความตาย

เวลากล่าวถึงเรื่องความตายเป็นใครก็ต้องรู้สึกหวาดหวั่นใจเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งพูดถึงเรื่องของสัตว์ที่เป็นเสมือนกับทูตแห่งความตายด้วยแล้วยิ่งไม่ค่อยมีใครอยากอยู่ใกล้เท่าไหร่ เวลาเรานึกถึงสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับความตายชื่อของสัตว์จำพวกนกแสก นกฮูก จะต้องผุดขึ้นมาในความคิดของเราอย่างแน่นอน แต่จริงๆ แล้วสัตว์พวกนี้มันเป็นทูตแห่งความตายจริงหรือไม่ เป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย แต่ในมุมมองของการเป็นสัตว์พวกมันก็จัดเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งเหมือนสัตว์ทั่วไปเช่นกัน ทำความรู้จักกับนกแสก นกแสกเป็นสายพันธุ์หนึ่งของนกเค้าแมว ลักษณะใบหน้าใหญ่คล้ายรูปหัวใจ ดวงตาขนาดใหญ่ อยู่บริเวณด้านหน้าของศีรษะ ปีกยาว คอสั้น หางสั้น แต่บริเวณขากับนิ้วที่เป็นกรงเล็กแข็งแรงมาก มีขนปกคลุมบริเวณแข้งจนเกือบถึงปลายนิ้วที่เป็นกรงเล็บ เพศเมียจะตัวใหญ่กว่าเพศผู้เล็กน้อย ส่วนสีทางด้านใต้ลำตัวกับใต้ปีกเป็นสีน้ำตาลอ่อนจนเกือบจะเหมือนสีขาว จุดเป็นลักษณะกลมรีสีน้ำตาลไม่ก็สีเทากระจายทั่วไป ด้านบนลำตัวกับปีกมีขนปกคลุม บริเวณใบหน้าจะสีขาวไม่มีจุดใดๆ ปากแหลมเป็นจะงอยขอ นกแสกมีพฤติกรรมออกหากินในเวลากลางคืน ส่วนมากเราจะพบเห็นนกแสกอยู่ใกล้ๆ กับสถานที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ชอบอาศัยตามสิ่งก่อสร้างที่เงียบสงบ เช่น หลังคาโบสถ์ บ้านร้าง ซอกตึก โพรงไม้ ส่วนในป่าจะพบได้ตามพื้นที่ราบจนถึงความสูงระดับ 1,200 ม. พวกมันมีการอาศัยได้หลายรูปแบบทั้งอยู่คนเดียว อยู่เป็นคู่ หรืออยู่เป็นครอบครัว แต่จะไม่ค่อยรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ การออกล่าของพวกมันคือจะทำในเวลากลางคืนโดยบินไปตะครุบเหยื่อด้วยกรงเล็บอันแหลมคม ซึ่งเหยื่อที่พวกมันชอบมักเป็นสัตว์ตัวเล็ก เช่น หนู เมื่อมันออกหาอาหารจนได้ที่แล้วใกล้รุ่งสางก็จะกลับมานอนในรังเพราะนกแสกจะไม่ชอบแสงตะวันมากนัก การกินของพวกมันจะกลืนเหยื่อเข้าไปทั้งตัว มีการสำรองส่วนขนกับกระดูกไว้ในรัง พออายุได้ 4-5 ปีจะเริ่มขยายพันธุ์ ช่วงฤดูผสมพันธุ์ระหว่างกันยายนถึงพฤศจิกายน เป็นรูปแบบการวางไข่โดยการวางตามโพรงต้นไม้ หลังคาโบสถ์ ถือเป็นนกที่มีอัตราการขยายพันธุ์ได้กว้างขวางสุดๆ […]

Read More